Archive for July 2008
You are browsing the archives of 2008 July.
You are browsing the archives of 2008 July.
วันนี้ผมมีสูตรอาหารจีนมาฝากเพื่อนๆ ครับ นั่นก็คือ เห็ดหอมสอดไส้นั่นเอง พูดถึงเห็ดหอม หลายคนคงนึกถึง การตุ๋นยาจีน ไม่ว่าจะเป็นยาขนานไหน ก็จะต้องมีเห็ดหอมเป็นส่วนผสมอยู่ร่ำไป นั่นเป็นเพราะว่า เห็ดหอมมีคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินดี บี1 บี2 เมื่อกินแล้วจะช่วยให้เลือดลมดี ป้องกันโรคหัวใจตีบ ลดระดับคอเลสเตอรอล รวมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านมะเร็งและการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย เท่านั้นยังไม่พอ สรรพคุณที่สำคัญที่สุดก็คือ เป็นยาบำรุงกำลัง ชะลอความแก่ และ บำรุงสมองได้ดีอีกด้วย แหม่ ช่างควรค่าแก่การกินจริงๆ ใช่มั๊ยครับ
ส่วนผสม
กุ้งสับละเอียด 200 กรัม
มันหมูแข็งหั่นลูกเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
เห็ดหอม 5 ดอก
วิธีทำ
น้ำเห็ดหอดตัดโคน แช่น้ำพอนิ่ม
ผสมเนื้อสัตว์หมักกับเครื่องปรุงรส นวดให้เข้ากัน แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาที นำมาพอกที่ด้านล่างของเห็ดหอม
นำเห็ดหอมใส่เข่ง นึ่งประมาณ 5–10 นาที
Popularity: 4% [?]
Popularity: 4% [?]
สวัสดีครับ เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำนมควายกันรึป่าวครับ ถ้ายังไม่เคย วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันครับ
คนไทยคุ้นเคยกับสัตว์มีเขา ตัวดำมะเมื่อม ร้องมอๆ อยู่ในวิถีชีวิตมานานแล้วครับ ทั้งใช้แรงงาน กินเนื้อ และเอาหนังไปเป็นเครื่องประดับ แต่ถ้าพูดถึง น้ำนมควาย แล้วบ้านเราอาจจะยังไม่คุ้นชินกันนัก ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ผลิตน้ำนมควายมากที่สุดในโลก รองลงมาคือ ปากีสถาน ขณะที่อิตาลีนับได้ว่าเป็นประเทศที่โด่งดังเรื่องการทำชีสจากนมควายมากที่สุด เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า ควาย มี 2 ประเภท คือ ควายปลัก หรือ เจ้าทุยที่เห็นกันทั่วไป อีกประเภทหนึ่งคือ ควายแม่น้ำ เป็นควายให้นมที่ชอบแช่น้ำสะอาด มีหลายพันธุ์ พันธุ์ที่ยอดควายนมคือ พันธุ์มูร่าห์ ส่วนเรื่องคุณค่าน้ำนมไม่ต้องพูดถึง เนื่องด้วยผลวิจัยจากหลายสถาบันเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า นมควาย ให้สารอาหารมากว่า นมวัว คือเมื่อเทียบ น้ำนมควายกับน้ำนมวัวในปริมาณที่เท่ากันแล้ว มีมากกว่าถึง 2.5 เท่า คือมีปริมาณไขมัน โปรตีน และแร่ธาตุ มากกว่านมวัว แต่ให้คอเลสเตอรอลต่ำกว่า ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆ มีโอกาสได้ลองทานนมควายดูก็น่าจะดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ฟาร์มกระบือมูร่าห์ จ.ฉะเชิงเทรา
Popularity: 2% [?]
Popularity: 2% [?]
ปลาทูน่า เป็นอาหารโปรดอีกชนิดหนึ่งของผมก็ว่าได้ครับ นอกจากจะมีรสชาติอร่อยถูกปากแล้ว ก็ยังมีคุณค่าสารอาหารมากมายอีกด้วยครับ วันนี้ผมมีสูตรข้าวหน้าปลาทูน่า ตำรับอ.ยิ่งศักดิ์มาฝากกันครับ
ส่วนผสม
ข้าวสวย 4 ถ้วยตวง
ปลาทูน่าสเต็กในน้ำมันพืช 2 กระป๋อง
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
ซีอิ้วขาวและซอสหอยนางรม อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรสและน้ำตาลทราย อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพดละลายกับน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ
มัสตาร์ดชนิดครีม 1 ช้อนชา
น้ำมันที่เหลือจากปลาทูน่ากระป๋อง 2 กระป๋อง
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 2 ช้อนชา
เห็ดฟาง 100 กรัม
แครอทหั่นชิ้นเล็ก ข้าวโพดอ่อน และเมล็ดถั่วลันเตา น้ำหนักรวม 200 กรัม
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้า และต้นหอม สำหรับแต่ง
วิธีทำ
ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน เจียวกระเทียมพอหอม เติมน้ำซุปลงต้มจนเดือด
ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสทั้งหมด และน้ำมันที่เหลือจากปลาทูน่ากระป๋อง ใส่ผักทั้งหมด และส่วนผสมแป้งข้าวโพด คนจนได้ความข้นตามต้องการ
ใส่ปลาทูน่าสเต็กในน้ำมันพืช ผสมให้เข้ากัน แล้วยกลง
จัดข้าวสวยใส่จานพร้อมเสิร์ฟ (สำหรับ 1 ที่) ราดด้วยส่วนผสมทูน่า แต่งให้สวยด้วยพริกชี้ฟ้าและต้นหอม [...]
Popularity: 7% [?]
เมื่อวานเราได้ทราบเกี่ยวกับประโยชน์ และสรรพคุณของผักตังโอ๋กันไปแล้วนะครับ ถ้ากระผมไม่นำเสนอสูตรอาหารที่ต้องใช้ผักตังโอ๋มาฝากเพื่อนๆ ก็คงจะรู้สึกผิดน่าดู ว่าแล้วเราก็ไปลองทำกันเลยครับ
ส่วนผสม (2 คนรับประทาน)
ตังโอ๋ 150 กรัม
น้ำมันพืช 2 ถ้วย
เนื้อปลากะพงหั่นพอคำ 6 ชิ้น
น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ล้างตังโอ๋ทั้งต้นให้สะอาด พักไว้
ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่เนื้อปลาลงทอดพอสุกเหลือง ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน
เตรียมตังโอ๋ น้ำหรือน้ำสต๊อกหมู ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย น้ำตาล และปลาทอด ใส่จานเดียวกัน เตรียมไว้
ตักน้ำมันที่ทอดปลาออกให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียมลงเจียวพอใกล้เหลือง ใส่เครื่องที่เตรียมไว้ เร่งเป็นไฟแรง ผัดอย่างเร็วพอผักยุบตัวและสุก ปิดไฟ
ตักใส่ถ้วย โรยพริกไทย เสิร์ฟร้อนๆ
บทความจาก : นิตยสาร ครัว
Popularity: 9% [?]
Popularity: 9% [?]
สวัสดีครับเพื่อนๆ หลายคนอาจจะชอบทานผักตังโอ๋หรือตั่งออ วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับผักชนิดนี้มาฝากกันครับ
ตังโอ๋หรือตั่งออ เป็นต้นไม้ประเภทเบญจมาศพันธุ์หนึ่ง ที่กินต้นอ่อนใบอ่อนกัน ชาวจีนกินผักตังโอ๋มาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ชาวตะวันตกรู้จักตังโอ๋ในฐานะดอกไม้สีสันสดใสที่มอบให้ในวันแม่ นัยว่าเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของความสุขสดชื่น
ตังโอ๋ต้นอ่อนใบมีสีเขียวอ่อน เนื้อใบนุ่ม นิยมทำแกงจืดหมูสับ ใส่ในต้มเลือดหมู ข้าวต้มก็ใส่ หรือผัดไฟแรงแบบเร็วๆ เคล็ดลับการปรุงคือ อย่างต้มจืด แกงจืด จะใส่ตังโอ๋เป็นอันดับท้ายๆ หรือใส่ผักตังโอ๋ในถ้วย แล้วตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ ตังโอ๋จะสุกนุ่มพอดี อย่าต้มนานเนื้อผักตังโอ๋จะเขียวคล้ำ ตังโอ๋มีสรรพคุณเย็น ช่วยแก้ร้อนใน มีวิตามินซีและแคลเซียมสูง
บทความจาก : นิตยสาร ครัว
Popularity: 2% [?]
Popularity: 2% [?]