สวัสดีครับ เพื่อนๆ เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำนมควายกันรึป่าวครับ ถ้ายังไม่เคย วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันครับ

คนไทยคุ้นเคยกับสัตว์มีเขา ตัวดำมะเมื่อม ร้องมอๆ อยู่ในวิถีชีวิตมานานแล้วครับ ทั้งใช้แรงงาน กินเนื้อ และเอาหนังไปเป็นเครื่องประดับ แต่ถ้าพูดถึง น้ำนมควาย แล้วบ้านเราอาจจะยังไม่คุ้นชินกันนัก ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ผลิตน้ำนมควายมากที่สุดในโลก รองลงมาคือ ปากีสถาน ขณะที่อิตาลีนับได้ว่าเป็นประเทศที่โด่งดังเรื่องการทำชีสจากนมควายมากที่สุด เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า ควาย มี 2 ประเภท คือ ควายปลัก หรือ เจ้าทุยที่เห็นกันทั่วไป อีกประเภทหนึ่งคือ ควายแม่น้ำ เป็นควายให้นมที่ชอบแช่น้ำสะอาด มีหลายพันธุ์ พันธุ์ที่ยอดควายนมคือ พันธุ์มูร่าห์ ส่วนเรื่องคุณค่าน้ำนมไม่ต้องพูดถึง เนื่องด้วยผลวิจัยจากหลายสถาบันเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า นมควาย ให้สารอาหารมากว่า นมวัว คือเมื่อเทียบ น้ำนมควายกับน้ำนมวัวในปริมาณที่เท่ากันแล้ว มีมากกว่าถึง 2.5 เท่า คือมีปริมาณไขมัน โปรตีน และแร่ธาตุ มากกว่านมวัว แต่ให้คอเลสเตอรอลต่ำกว่า ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆ มีโอกาสได้ลองทานนมควายดูก็น่าจะดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : ฟาร์มกระบือมูร่าห์ จ.ฉะเชิงเทรา
No Comments
Posted by Chefmaster in กินไปเขียนไป, เกร็ดความรู้ก้นครัว 
เมื่อกล่าวถึงยุคเดินเท้า นั้นก็หมายถึงยุคที่คนหันมาเดินมากขึ้น แทนที่จะขึ้นรถหรือขับรถ จะกินอะไรก็ต้องคิดให้ดี เพราะจะขับรถไปกินร้านอาหารที่อยากกินก็คงต้องเปลืองค่าน้ำมันน่าดู จะทำกินอะไรก็ดูจะไม่พอใช้ไปหมด ในอดีตใครๆ ก็ว่าขายอาหารนี่หละยังไงก็กำไร แต่ในยุคปัจจุบันใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะอะไรนั้นหรือ สาเหตุหลักยังมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวหลายรายการ เนื่องมาจากราคาน้ำมัน และปัญหาด้านเศรษฐกิจ เดิมร้านอาหารโดยทั่วไปกำไรจะตกอยู่ประมาณ 30–50% ยกตัวอย่างง่ายๆให้เข้าใจ สมมุติว่า ก๋วยเตี๋ยวราคา 20 บาท อย่างน้อยๆ เขาก็ได้กำไร ก็ 6 บาท/ชาม แต่ปัจจุบันหาเป็นเช่นนั้นไม่ หากจะได้กำไร 6 บาท/ชาม อาจจะต้องปรับราคาไปถึง 30 บาท

มามองอีกมุมหนึ่งผู้บริโภคก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินอย่างยากลำบาก ทำงาน 1ปี ปรับเงินเดือนหนึ่งครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ร้านอาหารปรับราคาทุกๆ 6 เดือน เงินเดือนที่ได้ก็ไม่ได้เพิ่มเป็นอัตราทวีคูณเท่ากับราคาสินค้าในท้องตลาด แต่ผู้บริโภคยังมีสิทธิ์ที่จะเลือก เลือกที่จะใช้เงินอย่างประหยัด จากเดิมกินก๋วยเตี๋ยวมื้อละ 2 ชาม ก็ลดเป็น ก๋วยเตี๋ยวชาม กับข้าวเปล่าอีกหนึ่งถ้วย ตอนนี้จะกินอะไรต้องเอาอิ่มท้องไว้ก่อน
จากที่ทางเว็บ HiLunch.com ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจในราคาอาหาร ยุคคนเดินเท้า ว่าสำหรับร้านอาหารทั่วไปที่เราสามารถพบเห็นได้ตามริมถนนนั้น ราคาเท่าไรถึงจะไม่แพงจนเกินไป ได้ผลสำรวจ ณ. วันที่ 5 กรกฎาคม 2551

จากการสำรวจผู้เข้าชม HiLunch.com จำนวน 196 ท่าน
ราคา 20–25 เป็นช่วงราคาที่คนพึงพอใจมากที่สุด 62%
ราคา 25–30 เป็นช่วงราคาที่คนพึงพอใจเป็นอับดับสอง 34%
ราคา 30–40 เป็นช่วงราคาที่คนพึงพอใจเป็นอันดับสาม 3%
ราคา 40–50 เป็นช่วงราคาที่คนพึงพอใจเป็นอันดับสี่ 1%
สังเกตุว่าราคาที่พึงพอใจยังอยู่ในช่วง 20–25 บาท ซึ่งเป็นราคาอาหารสำหรับร้านริมถนนตั้งแต่ราคาวัตถุดิบยังไม่ปรับตัว ปัจจุบันต้นทุนการผลิตต่างปรับตัวมากขึ้นแต่ความพึงพอใจในราคาสินค้ายังเป็นราคาเดิม จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีร้านอาหารปิดกิจการลงไปเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าทุกปัญหาต้องมีทางออก แต่มันอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ตอนนี้ทุกๆฝ่ายคงจะต้องช่วยกันให้ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคอยู่กันรอดต่อไป …
เขียนโดย : ChefMaster
เว็บไซต์ : http://www.hilunch.com
* บทความสามารถคัดลอกไปเผยแพร่ได้ แต่ห้ามลบ หรือเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่ง ทั้งเนื้อหา ชื่อผู้เขียน ชื่อเว็บไซต์ และส่วนอื่นๆของบทความ
No Comments
Posted by Chefmaster in กินไปเขียนไป 

เพื่อนๆ เคยรู้หรือไม่ว่า รังนก มาจากไหน แล้วแต่ละสีของมันมีที่มาต่างกันอย่างไร วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันครับ
รังนกมาจากน้ำลายนกนางแอ่น ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิด คือ
- รังนกดำ คือ รังนกที่มีเศษขนนกติดอยู่มาก
- รังนกขาว คือ รังนกทั่วไป
- รังนกแดง เป็นรังนกชั้นเลิศ เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งมีประเด็นถกเถียงกันหนาหูถึงที่มาของรังนกแดงว่ามาจากไหนกันแน่ บ้างว่ามาจากธาตุเหล็กจากความชื้นภายในถ้ำ แต่จริงๆ แล้ว รังนกแดงที่ดีต้องแดงจากเลือดนกที่สำรอกติดมาพร้อมน้ำลาย เพราะรังนกที่อุดมไปด้วยคุณค่าต้องมาจากตัวนก ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมภายนอก รังนกช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย โดยเฉพาะที่ปอด ช่วยรักษาอาการไอแห้ง ไอมีเลือด บำรุงร่างกาย หากไม่เกี่ยงเรื่องราคา รังนกก็ยังถือว่าเป็นยาขนานดี
บทความจาก : นิตยสารครัว
ส่งท้าย เรื่องเล่าของรังนกเลือด
ผมเคยได้ยินมาว่า รังนกแดงนี้ เกิดมาจากการที่พ่อแม่นกนางแอ่นพยามสร้างรังรอการกำเนิดของลูกน้อยของมันด้วยน้ำลายตามปกติ พอมันสร้างเสร็จ สิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ก็ไปขโมยเอาบ้านพักหลังน้อยๆ ของมันมา มันก็พยามสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมาอีก มนุษย์ก็ไปขโมยมาอีก วันแล้ว วันเล่า จนน้ำลายของมันแห้งผาก แต่มันก็ยังไม่ยอมลดละ ในเมื่อลูกน้อยกำลังจะออกมาดูโลกในเร็วๆ นี้แล้ว มันก็พยามสำรอกน้ำลายออกมาอีก แต่อนิจจา น้ำลายที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถูกสำรอกผสมปนเปออกมาพร้อมกับเลือดสดๆ จากลำคอของมัน ทำให้เกิดรังนกสีแดง หรือที่เราเรียกกันว่า “รังนกเลือด”
ใครมีข้อมูลเพิ่มเติม ร่วมแบ่งปันกันได้นะครับ
No Comments
Posted by Chefmaster in กินไปเขียนไป, เกร็ดความรู้ก้นครัว 
วันนี้ ระหว่างที่ผมกำลังนั่งทานอาหารอยู่เพลินๆ นั้น ก็นึกเล่นๆ ถึงความแตกต่างระหว่าง อาหารไทย และ อาหารเทศ
- รสชาติ จัดจ้าน เทียบระหว่าง ต้มยำกุ้ง กับ ซุปมันฝรั่ง
- ความหอมหวาน เทียบระหว่าง ข้าว กับ ขนมปัง Host mom เล่นทำ sandwich ใส่ไข่ใ้ห้กินเกือบทุกมื้อ ผมอยากกินข้าวบ้างค้าบบบ
- ความสด ของอาหาร เทียบระหว่าง อาหารสดๆ กับ อาหารแช่แข็ง อยู่ที่เมืองนอก อยากกินปลาทู ต้องไปที่ china town แล้วก็เดินไปที่แผนกแช่แข็ง หยิบถาดปลาทูขึ้นมา แล้วก็ วางทันที จะไม่วางไหวหรอครับ ปลาทูอะไร ตัวละ 150 บาท - -” เก็บความอยากไว้ กลับมากินที่เมืองไทยของเราดีกว่าครับ อิอิ
- คุณค่าของอาหาร เทียบระหว่าง กล้วยแขกทอด กับ French fried
- ความปราณีตงดงาม ในการทำอาหาร เช่นพวกผัก ผลไม้แกะสลัก อยู่ที่นู่น หยิบแอปเปิ้ลได้ เค้าก็เอาเข้าปากเลยครับ ไม่ต้องปอก ไม่ต้องล้างกันเลย ลองมาเจอทุเรียนบ้านเราหน่อยเป็นไง หุหุ
เพื่อนๆ นึกอะไรได้เพิ่มเติม ก็บอกกล่าวกันได้นะคร้าบ 
No Comments
Posted by Chefmaster in กินไปเขียนไป 
เชื่อไหมล่ะว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดก็เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้เช่นกัน หากเรารู้จักเลือกสั่งอาหารที่ไม่มีไขมันมากจนเกินไป และที่สำคัญต้องมีความตั้งใจ ที่จะเลือกสรรสิ่งที่ดีให้แก่ตัวเองบ้าง มิใช่ ตามใจปากสถานเดียว
เว็บไซต์ของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน (www.americanheart.org) บอกเคล็ดลับในการเลือกกินอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีไขมัน ไว้อย่างสมเหตุสมผล แบ่งตามข้อข้างล่างนี้เลยค่ะ ลองอ่านดู
- นักชิมควรรู้ข้อมูลด้านคุณค่าโภชนาการของอาหาร อาจเลือกหาข้อมูลจากเว็บไซต์ไว้ก่อน หรือภัตตาคารบางแห่งก็มีข้อมูลด้านนี้บอกไว้ที่เคาน์เตอร์หรือใบปลิว
- เลือกสั่งอาหารในขนาดปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าเราเลือกพวก “ซุปเปอร์ไซส์” ก็จะได้ปริมาณไขมัน น้ำตาล โซเดียม และแคลอรีที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- อาหารจำพวกเครื่องเคียงควรเลือกสลัด แทนพวกของทอด
- ถ้าเลือกได้ก็ควรจะสั่งมันอบ แทนที่จะสั่งมันทอดเฟรนช์ฟราย 
- หลีกเลี่ยงการสั่งแซนด์วิชเนื้อแบบดับเบิ้ล เพราะแค่เนื้อชิ้นเล็กขนาดไม่ถึง 1 ขีด หรือประมาณขนาดของไพ่ 1 สำรับนั่นก็เพียงพอแล้ว
- ไม่ควรเติมเบคอนลงไปในแซนด์วิช เพราะมันเข้าไปเพิ่มไขมันและแคลอรีให้สูงขึ้น ทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยอีกด้วย
- ถ้าสั่งแซนด์วิชปลาก็น่าจะเลือกเป็นปลาอบ ต้ม หรือย่าง ดีกว่าปลาทอด พวกขนมปังก็ต้องเลือกอย่างที่เป็นผลิตภัณฑ์จากแป้งไม่ขัดสี
- ส่วนเครื่องดื่ม ก็ขอแนะนำน้ำเปล่า หรือนมไขมันต่ำ ก็จะปลอดภัยกว่าค่ะ.
ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ
No Comments
Posted by lorlin in กินไปเขียนไป 