สารพันอาหาร

7 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังทานอาหาร

  1. อย่าสูบบุหรี่!!
    จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า การสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวน (ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว)
  2. กินผลไม้หลังอาหารทันที!!
    เพราะมันไปพองในท้องคุณ ให้กินผลไม้ 1 หรือ 2 ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ จะดีกว่า
  3. อย่าดื่มน้ำชา!!
    เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้น ทำให้ย่อยยาก
  4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม !!
    เพราะเป็นเหตุทำให้ลำไส้ไม่ปกติ
  5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว !!
    เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้าทั่วร่างกาย เป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่
  6. อย่าเดินหลังอาหาร !!
    แม้ว่าคุณจะเคยได้ยินว่ากินข้าวแล้วให้เดินสัก 100 ก้าว จะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อการดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดินถ้าต้องการ
  7. อย่านอนทันที !!
    อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่ อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร

บทความจาก : fwd mail

วิธีล้างสารพิษในตับ

อย่างที่เพื่อนๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ตับเป็นที่กรองสารพิษของร่างกาย ลองคิดดูซิว่า ตับทำงานมานานเป็นเวลาเท่าไรแล้ว บ้างก็ 20 ปี บ้างก็ 30 ปี ถ้านานหน่อยก็ 70 ถึง 80 ปี วันนี้เราลองมาช่วยลดภาระของตับกันดีมั๊ยครับ

  1. งดใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสารเคมีกับใบหน้า งดใช้แชมพูที่มีสารเคมีกับหนังศีรษะ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะเข้าไปถึงตับโดยตรง
  2. งดทานผงชูรส หรือ โมโนโซเดียมกลูตาเมท ซึ่งจะตกค้างในตับ ทำร้ายตับโดยตรง และทำให้เลือดหนืด
  3. ไม่ทานอาหารระหว่างเวลา ตี1 ถึง ตี3 เพราะเป็นเวลาที่ตับต้องขับสารพิษ ถ้ากินอาหารเวลานี้ ตับจะไม่ได้ทำหน้าที่หลัก คือ การขับสารพิษออกจากร่างกาย
  4. ทานขมิ้นชันแคปซูลก่อนนอน (ไม่จำกัดจำนวน)
  5. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตร ต่อ วัน

หันมาดูแลสุขภาพกันซักนิดนะครับ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่สดใสต่อไปอีกนานๆ

ประโยชน์ของสีสันในผักและผลไม้ (5)

สารสีม่วง พืชสีม่วงมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ให้สีม่วงในดอกอัญชัน กะหล่ำม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง แบล็กเบอร์รี่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าสารตัวนี้ช่วยลบล้างสารก่อมะเร็งแถมสารแอนโทไซยานินยังออกฤทธิ์ในการขยายเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และอัมพาตได้อีกด้วย

บทความจาก : นิตยสาร daybeds

ประโยชน์ของสีสันในผักและผลไม้ (4)

สารสีเหลือง ได้แก่ ลูเทอิน (Lutein) คือ สารสีเหลืองที่ให้สีสันแก่ข้าวโพด ซึ่งช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสี หรือแสงสีของเรตินาในดวงตา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนแก่มองไม่เห็นได้

บทความจาก : นิตยสาร daybeds

ประโยชน์ของสีสันในผักและผลไม้ (3)

สารสีส้ม ได้แก่ เบต้าแคโรทีน (Betacarotene) ซึ่งเป็นเม็ดสีเหลืองส้มที่มีมากในแครอท และมะละกอแคโรทีนเป็นสารที่มีศักยภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระอันเป็นตัวก่อมะเร็งและแคโรทีนยังสามารถทำลายเซลล์มะเร็ง โดยผลจากการทดลองกับหนูพบว่า แคโรทีนทำให้ขนาดก้อนมะเร็งลดลงได้ถึง 7 เท่าทีเดียว แถมยังสามารถลดการขยายตัวของก้อนมะเร็งในปอดและกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในการต้านมะเร็ง นอกจากนี้เบต้าแคโรทีนที่อยู่ในแครอทและมะละกอ ยังช่วยให้ผิดพรรณของเรามีสีเหลืองสวยงามได้อีกด้วย และหากใครรับประทานมะละกอห่ามมากๆ นาน 2 ปี จะช่วยเปลี่ยนสีผิวหน้าที่เป็นฝ้าให้หายได้โดยไม่ต้องพึ่งครีมแก้ฝ้าเลย

บทความจาก : นิตยสาร daybeds

หน้า 30 จากทั้งหมด 35« หน้าแรก...1020«2829303132»...หน้าสุดท้าย »