สูตรอาหารคุณแม่ : ข้าวยำกุ้งแซ่บ

Kao-yum-kung-zab

ส่วนผสม

  1. กุ้งสด
  2. น้ำมันสำหรับทอด
  3. ต้นหอมซอย
  4. พริกป่น
  5. น้ำปลา
  6. แป้งทอดกรอบ
  7. หอมแดงซอย
  8. ข้าวคั่ว
  9. มะนาว

วิธีทำ

  1. ล้างกุ้งให้สะอาด แกะกุ้ง ผ่าหลังเอาเส้นดำๆ ออก เอาหัวกุ้งออกด้วย
  2. นำกุ้งไปชุบแป้งทอด ให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้
  3. ซอยหอมแดง กระเทียม บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยไว้แล้วผสมกับน้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ
  4. นำกุ้งจากข้อ 2 มาหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ใส่ในอ่างผสมไว้
  5. ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลาที่ผสมกับมะนาวแล้วชิมรสดูว่าแซ่บพอรึยัง จากนั้นใส่หอมแดงกับ หอมซอย คนให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

ขอบคุณสูตรอาหารดีๆ จาก แม่จ๋า maejaa.com

สูตรอาหารคุณแม่ : ไข่กระทะทรงเครื่อง

ไข่เป็นอาหารที่ให้โปรตีน และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด รวมถึง โอเมก้า3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ว่าแล้วเรามาทำเมนูอาหารที่ปรุงจากไข่กันดีกว่าค่ะ

Egg-pan

ส่วนผสม

  1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  2. แฮมหั่นชิ้นเล็กๆ 3 แผ่น
  3. ปูอัดหั่นชิ้นกลมๆ 2 อัน
  4. ถั่วลันเตาแช่แข็ง 3 ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตอกไข่ใส่ชาม ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดตีให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะเทฟล่อนใบเล็ก ใส่น้ำมัน ตั้งไฟกลางให้ร้อน เทไข่ใส่ ลดไฟอ่อน ปิดฝาตั้งไฟจนไข่สุกถึงด้านใน ยกลง
  3. ตัดเป็นชิ้นใส่จานเสิร์ฟ กับผักต้มตามใจชอบ

สูตรอาหารคุณแม่ : แกงเผ็ดฟักทอง

อย่างที่หลายๆ คนพอจะทราบมาบ้างแล้วว่า ฟักทองมีสารอาหารที่มีประโยชน์มาก ราคาถูก แถมหาง่าย สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด วันนี้เราลองมาทำแกงเผ็ดฟักทองกันนะคะ

Red-curry-pumpkin

ส่วนผสม

  1. ฟักทองหั่นเป็นชิ้นๆ พอคำ
  2. โหระพา
  3. กะทิ
  4. หมู
  5. พริกแกง
  6. พริกขี้หนูเม็ดใหญ่หั่นเฉียง

วิธีทำ

  1. ใส่หัวกะทิลงไปในกระทะประมาณ 2 ทัพพี เคี่ยวให้แตกมัน ใส่พริกแกงลงไปผัด จากนั้นใส่หมู พอสุกให้เติมหางกะทิ รอให้เดือด
  2. พอเดือดใส่ฟักทองลงไป พอฟักทองสุก ให้ใส่โหระพา กับ พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ปิดเตา
  3. รอซักพักให้แกงอุ่นๆ แล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ตามใจชอบ
  4. ยกเสิร์ฟ พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ

ขอบคุณสูตรอาหารดีๆ จาก แม่จ๋า maejaa.com

เกร็ดความรู้กับธาตุเหล็ก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยเฟื่องเรื่องธาตุเหล็กกันดีกว่าครับ เพราะธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและเป็นองค์ประกอบที่ สำคัญของเม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ ธาตุเหล็กจะอยู่ในอาหาร 2 รูปแบบ คือ

  1. สารประกอบฮีม (Heme iron) คืออยู่ในรูปฮีโมโกลบิน พบมากในเลือด ตับ และเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น วัว หมู ปลา ไก่ ธาตุเหล็กในรูปแบบนี้จะถูกดูดซึมได้โดยตรงที่เยื่อบุผิวลำไส้เล็ก
  2. สารประกอบที่ไม่ใช่ฮีม (Nonheme iron) พบได้ 2 รูปแบบ คือ

2.1 สารอินทรีย์ พบได้ในอาหาร เช่น ธัญพืช แป้ง ไข่ ผัก ผลไม้

2.2 สารอนินทรีย์ เช่น ยา

สารอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก และร่างกายดูดซึมนำไปใช้ได้ดีก็คือ ธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปสารประกอบฮีม คือ ธาตุเหล็กในเลือด ตับ และ เนื้อสัตว์ต่างๆ

ประโยชน์

  1. มีภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายแข็งแรง
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

อาการที่แสดงถึงการขาดธาตุเหล็ก

  1. ผิวหนังซีด เล็บเปราะ ลิ้นเป็นแผล
  2. เหนื่อย หงุดหงิด ช่วงหายใจสั้น ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  3. เวียนศีรษะ ปวดขมับ ปวดศีรษะ
  4. ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย การเจริญเติบโตช้า
  5. ในหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หรือแท้งบุตร

บทความจาก : 190 เมนูชูสุขภาพ

7 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังทานอาหาร

  1. อย่าสูบบุหรี่!!
    จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า การสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวน (ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว)
  2. กินผลไม้หลังอาหารทันที!!
    เพราะมันไปพองในท้องคุณ ให้กินผลไม้ 1 หรือ 2 ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ จะดีกว่า
  3. อย่าดื่มน้ำชา!!
    เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้น ทำให้ย่อยยาก
  4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม !!
    เพราะเป็นเหตุทำให้ลำไส้ไม่ปกติ
  5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว !!
    เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้าทั่วร่างกาย เป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่
  6. อย่าเดินหลังอาหาร !!
    แม้ว่าคุณจะเคยได้ยินว่ากินข้าวแล้วให้เดินสัก 100 ก้าว จะทำให้อายุยืนถึง 99 ปี การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อการดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดินถ้าต้องการ
  7. อย่านอนทันที !!
    อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่ อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร