เนื่อหาที่ถูกเก็บไว้ใน HiLunch.com วันขึ้นปีใหม่จีน

ป้ายกำกับคำว่า วันขึ้นปีใหม่จีน

เกร็ดความรู้ เทศกาลตรุษจีน

ซาแซ

เพื่อนๆ ทราบกันหรือไม่ว่าประวัติการไหว้ตรุษจีน ย้อนหลังไปถึงราชวงศ์โจว เมื่อประมาณสามพันปีมาแล้ว มีการไหว้ยาวนานถึง 15 วัน แต่ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ประเพณีการไหว้ตรุษจีนจึงลดลงเหลือ 3 วัน ได้แก่

  1. วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปี (12 ก.พ. 2553) เป็นวันที่คนไทยเชื้อสายจีนต้องออกไปจับจ่ายซื้ออาหาร ผลไม้ และของเซ่นไหว้ต่างๆ ในตอนค่ำ จะจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู้เอี๊ยะ ให้ลงมาจากสวรรค์ เพื่อรับการสักการะของเจ้าบ้าน
  2. วันไหว้ (13 ก.พ. 2553) คือ วันสิ้นปี ไหว้ 3 ครั้ง
    – ตอนเช้ามืด ไหว้ไป๊เล่าเอี๊ยะ เทพเจ้าต่างๆ
    – ตอนสาย ไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือไหว้บรรพบุรุษ
    – ตอนบ่าย ไหว้ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ คือไหว้วิญญาณพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
  3. วันเที่ยว คือ วันขึ้นปีใหม่ (14 ก.พ. 2553) วันที่ 1 เดือน 1 ของปี หรือ ชิวอิก ในแต่ละปี มีอุปสรรค ขวากหนามมากมาย เกิดขึ้นในครอบครัว แตกต่างกันไป เมื่อปีใหม่มาถึง ก็ต้องการขจัดปัดเป่าเรื่องทุกข์ร้อนทั้งหลายให้มลายหายไป และให้ชีวิตในปีใหม่มีแต่ความสุข สมปรารถนา ในวันนี้คนจีนจึงนิยมไปไหว้ “เทพเจ้าใฉ่สิ่งเอี๊ย” หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

ความหมายของของซาแซ และ โหงวแซ

เพื่อนๆ บางคนอาจจะสงสัยว่า ซาแซ และ โหงวแซ คืออะไรและมีความหมายอย่างไร วันนี้ เรามีคำตอบค่ะ

ซาแซ และ โหงวแซ เนื้อสัตว์สามอย่าง และ ห้าอย่าง เป็นชุดเครื่องไหว้เทพเจ้าตามประเพณีปฏิบัติของพี่น้องเชื้อสายจีน ซึ่งมีความหมายให้มีพร 3 หรือ 5 ประการ ได้แก่ เป็ดและไก่ หมายถึงความเจริญก้าวหน้า หมูสามชั้น หมายถึง เจริญรุ่งเรือง ไ้ด้โชคสามชั้น ปลาต้ม และ ปลาหมึกแห้ง หมายถึงให้เหลือกินเหลือใช้

บทความจาก : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์

กินอาหารตรุษจีน ให้ถูกหลักโภชนาการ

ของไหว้ตรุษจีน

พรุ่งนี้ก็จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว เมื่อวานชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ เตรียมจับจ่ายข้าว ของและอาหารสำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษกันอย่างคึกคัก นอกจากจะเลือกซื้อแต่อาหารดี มีความหมายมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงปีใหม่แล้ว สถาบันวิจัยโภชนาการย้ำเตือนว่า การคัดสรรวัตถุดิบที่สะอาดและมีคุณภาพ รวมถึงการจัดสมดุลอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

รศ.ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบัน วิจัยโภชนาการระบุว่าช่วงตรุษจีน เป็นช่วงที่ชาวไทยเชื้อสายจีน จะซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหาร เซ่นไหว้ บรรพบุรุษกันเป็นจำนวน มาก การเลือกสรรวัตถุดิบถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าวัตถุดิบที่เลือกซื้อไม่ได้คุณภาพ จะส่งผลต่อสุขภาพและทำให้ล้มป่วยไม่สบาย

อาหารที่ใช้เซ่น ไหว้ในช่วงตรุษจีน มีทั้งอาหารแห้งและอาหารสด เวลาเลือกซื้ออาหารแห้ง อย่างเช่น เห็ดหอม, หน่อไม้จีนแห้ง,เห็ดหูหนู, ปลาหมึกแห้ง และกระเพาะปลา ต้องระวังไม่ให้มีเชื้อรา ส่วนพวกอาหารกระป๋อง ทุกครั้งที่ซื้อต้องดูว่ากระป๋องไม่บุบ หรือมีรอยฉีกของตะเข็บ และอ่านฉลากอย่างละเอียด ควรเลือกยี่ห้อที่มีเครื่องหมาย อย. และดูวันหมดอายุที่ใต้กระป๋อง ถ้าไม่มีวันหมดอายุ ให้สังเกตจากวันผลิต ถ้านับแล้วอายุไม่เกิน 2 ปี จากวันผลิต จึงสามารถซื้อมาเซ่นไหว้และรับประทานได้

ในกรณีของอาหารสด ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการย้ำว่า ต้องเลือกอาหารที่มีความสด ใหม่ ผู้ขายจัดวางอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น ถ้าเป็นอาหารทะเลต้องแช่เย็นขณะขาย หรือแม้แต่เนื้อหมู เนื้อไก่ หากอยู่ในตู้แช่จะสดและปลอดภัยสำหรับการบริโภคมากกว่า ทางสถาบันของเราได้ทำการศึกษาวิจัยถึงเรื่องความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ ที่วางจำหน่าย อยู่ตามท้องตลาด พบว่า เนื้อสัตว์ที่จัดเก็บอยู่ในตู้แช่ จะมีความปลอดภัยสูงกว่าเนื้อสัตว์ ที่วางจำหน่ายอยู่บนโต๊ะ อย่างที่พบเห็นตามตลาดสดทั่วไป

ส่วนการเลือกซื้อผักและ ผลไม้มาปรุงอาหารนั้น สิ่งสำคัญคือการล้างให้สะอาดก่อนนำไปใช้งาน อาจล้างโดยแช่ ในน้ำสะอาด 10 นาที หรืออาจล้างในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ในสัดส่วนน้ำ 1 กะละมัง ประมาณ 3-5 ลิตร ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ โดยแช่นานประมาณ 10 นาที แล้วจึงล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด

นอกจากนี้ การเลือกเมนูวันตรุษจีน ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสัดส่วนของสารอาหารในแต่ละจานด้วย ควรจัดให้มีความสมดุลครบถ้วนหมู่ ไม่หนักไปทางคาร์โบไฮเดรต หรือมีแต่ไขมัน อีกอย่างอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเกินไป ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย

รศ.ดร.วิสิฐ บอกว่า อาหารตรุษจีนโดยมากเป็นอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นไก่ต้ม, เป็ดต้ม, หมูสามชั้นต้ม หรือปลาหมึกแห้ง ล้วนแต่มีไขมันค่อนข้างสูง ส่วนกับข้าวจานอื่นๆ มีส่วนประกอบของผักใบเขียว หรือผักสีส้มแดงน้อยมาก

ขนมที่ใช้เซ่นไหว้ ก็หนักไปทางแป้งกับน้ำตาล ยิ่งบางบ้านนำขนมเข่งมาชุบไข่ทอดยิ่งแคลอรีสูงมาก คนสูงวัยไม่ควรแตะเลย!!

ทาง ที่ดีควรปฏิวัติอาหารเซ่นไหว้ใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย โดยหันมาเพิ่มเมนูประเภทผักต่างๆให้มากขึ้นเพื่อสุขภาพ สิ่งที่ควรระวังอีกอย่างคือ ก่อนรับประทานของเซ่นไหว้ทุกอย่าง ควรนำมาทำให้สุกอีกครั้ง ด้วยการต้ม นึ่ง หรือผัด เพื่อป้องกันอาหารเป็นพิษ เพราะของเซ่นไหว้ต้องตั้งทิ้งไว้นาน อาจก่อให้เกิดจุลินทรีย์ได้ง่าย

บทความจาก : pantip.com